ถ่ายบ่อยแค่ไหน สีและรูปร่างของอึ แบบไหนคือปกติ

รู้ได้อย่างไรว่าปกติ? ถ่ายบ่อยแค่ไหน รูปร่างและสีของอึ

       คนเราถ่ายบ่อยแค่ไหน สีและรูปร่างอึแบบไหนถึงจะเรียกว่าปกติ คงเป็นคำถามที่คาใจในหลายคน เมื่อเราเข้าห้องน้ำขับถ่ายเราคงเห็นแล้วว่าอุจจาระนั้นมีความหลากหลายมากที่ทั้งแข็ง นิ่ม เหลว หรือถึงขั้นเป็นน้ำ สีสันอันหลากหลาย รวมถึงความถี่ในการเข้าห้องน้ำตั้งแต่หลายครั้งต่อวันไปจนถึงถ่ายอาทิตย์ละครั้ง แล้วแบบไหนละที่เรียกว่าปกติ แบบไหนที่ควรตระหนักว่าเราต้องไปหาหมอได้แล้ว วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจเหล่านี้คะ

       สำหรับผู้อ่านที่ต้องการเรียนรู้เรื่องท้องผูกเพิ่มเติมสามารถเข้าไปอ่านในบทความนี้ >>> ท้องผูกทำไงดี

แชร์บทความ

แชร์บทความ

วันนึงเราควรถ่ายบ่อยกี่รอบ

  • งานวิจัยบ่งว่า ปกติแล้วคนเราจะถ่ายไม่เกินวันละ 3 ครั้ง และไม่น้อยกว่า 3 ครั้งต่ออาทิตย์
  • สิ่งสำคัญนอกเหนือจากจำนวนครั้งในการถ่าย นั่นคือรูปร่างหน้าตาของอุจจาระว่าปกติหรือไหม โดยอุจจาระปกติต้องเป็นก้อนนิ่ม ขับถ่ายไม่ยาก ไม่ใช้แรงเบ่งมาก

รูปร่างของอึ สำคัญยังไง

       รูปร่างของอุจจาระ แบ่งได้ 7 แบบตาม Bristol stool chart

อึ อุจจาระ รูปทรง ท้องผูก ท้องเสีย

โดยถ้าถ่ายตามลักษณะ ชนิดที่ 1-2 บ่งว่าท้องผูก

ชนิดที่ 3-4 เป็นลักษณะของอึปกติ ชนิดที่ 5-7 บ่งว่าเป็นท้องเสีย

  • ถ่ายมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน อุจจาระไม่เป็นก้อนแต่เหลว เรียกว่าท้องเสีย
  • ถ่ายน้อยกว่าอาทิตย์ละ 3 ครั้ง อุจจาระแห้งแข็ง เบ่งยาก เบ่งไม่สุด เรียกว่าท้องผูก

สาเหตุส่งผลต่อจำนวนครั้งในการขับถ่าย

  • การเคลื่อนไหวของลำไส้ในแต่ละคนจะมีการเคลื่อนไหวของลำไส้ไม่เท่ากัน บางคนเคลื่อนไหวดีมากก็จะขับถ่ายบ่อย แต่บางคนอาจเคลื่อนช้าหน่อยก็จะถ่ายน้อยครั้ง
  • อาหารที่ทาน ถ้าทานอาหารที่มีไฟเบอร์เยอะ เช่น ทานผักผลไม้เยอะ ก็จะเพิ่มมวลให้อุจจาระ ทำให้ลำไส้ขยับได้ดีขึ้น
  • น้ำ ช่วยทำให้อุจจาระนุ่ม และขับถ่ายง่ายขึ้น
  • อายุ อายุมากขึ้นก็จะทำให้การเคลื่อนไหวของลำไส้น้อยลง ท้องผูกง่ายขึ้น
  • กิจกรรมแต่ละวัน การออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็นการเดิน การวิ่ง จะช่วยให้ลำไส้ทำงานดีขึ้น
  • การเจ็บป่วยบางอย่าง
    • โรคเรื้อรัง เช่น กลุ่มลำไส้อักเสบ อาจมีถ่ายเหลว ท้องเสีย สลับท้องผูกได้
    • โรคเฉียบพลัน เช่น ติดเชื้อทางเดินอาหาร จะมีอาการท้องเสีย ถ่ายบ่อย
  • ยาบางชนิดที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของลำไส้
    • ยาที่ทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวช้าลง-ท้องผูก
    • ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs
    • ยาแก้แพ้ ยาแก้คัน Antihistamine
    • ยาต้านซึมเศร้า (กลุ่ม Tricyclics antidepressant)
    • ธาตุเหล็ก
    • ยากลุ่มฝิ่นลดปวด
    • ยาความดัน (กลุ่ม Calcium channel blocker และ Beta-Blocker)
สี อึ อุจจาระ ขี้

สีของอึช่วยบอกปัญหาสุขภาพได้

  • สีของอึโดยปกติแล้วจะมีสีเหลืองน้ำตาล สีขึ้นกับอาหารที่รับประทานและปริมาณน้ำดีในอึ
  • น้ำดีเป็นของเหลวที่สร้างโดยตับและถูกเก็บอยู่ในถุงน้ำดี มีหน้าที่ทำให้ไขมันแตกตัว เพิ่มพื้นที่ผิวในการย่อยไขมัน ทำให้การย่อยไขมันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ น้ำดีมีสีเขียวอมเหลือง หลังจากนั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีและถูกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ซึ่งจะเป็นสีของอึ

สีอุจจาระ

บ่งบอกว่า

สาเหตุจากอาหาร/ยา

สีน้ำตาล เหลืองน้ำตาล

สีปกติ

สีเขียว

ถ้าอาหารเคลื่อนผ่านลำไส้เร็วๆ เช่น ในกรณีท้องเสีย ผลคือการเปลี่ยนแปลงของน้ำดีไม่สมบูรณ์ สีจึงยังเขียวอยู่

ทานผักใบเขียวเยอะ, สีของสารแต่งสีผสมอาหาร

สีขาวเทา

เป็นสีของอุจจาระที่ไม่มีน้ำดีปน เกิดจากตับมีปัญหา เช่นตับอักเสบ ไวรัสตับ หรือโรคที่มีการอุดตันของท่อน้ำดี เช่น นิ่วในท่อน้ำดี มะเร็ง

ยาแก้ท้องเสีย Bismuth subsalicylate, สาร Barium ที่ดื่มก่อนการ X-ray

สีเหลือง มันๆ มีกลิ่นเหม็นหืน

มีไขมันในอุจจาระ บ่งบอกว่ามีปัญหาเรื่องการดูดซึมและการย่อยไขมัน

ยา เช่น ยาลดความอ้วน, อาหารที่มีไขมันสูงมาก เช่น ปลาหิมะ ไข่ปลา

สีดำ

มีเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน; ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็กส่วนต้น

ทานธาตุเหล็กเสริม

สีแดง

มีเลือดออกในลำไส้ส่วนล่าง; ลำไส้ใหญ่ ที่เป็นบ่อยคือริดสีดวง

ทานอาหารที่มีสีแดง เช่น บีทรูด, แก้วมังกรสีแดง, มะเขือเทศ, สารแต่งอาหารสีแดง

การขับถ่ายที่ปกติ คือไม่มากกว่า 3 ครั้งต่อวันและไม่น้อยต่อ 3 ครั้งต่ออาทิตย์ ลักษณะของอุจจาระต้องปกติ เป็นก้อน นิ่ม ถ่ายง่าย ไม่ต้องออกแรงเบ่งเยอะ