เรื่องถ่ายเรื่องใหญ่! ท้องผูกทำไงดี

ทำไงดีถึงจะแก้ปัญหาท้องผูก

       ท้องผูก! ท้องผูก! อึบาดก้นทำไงดี! เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนประสบปัญหาและไม่รู้จะแก้ไขยังไง กินผักก็แล้ว กินน้ำก็แล้ว กินยาระบายก็แล้วก็ยังแก้ท้องผูกไม่ได้ วันนี้ Vita-Flora จะมาเสนอเรื่อง ท้องผูก ว่าจะมีวิธีแก้ไขยังไงบ้าง

แชร์บทความ

แชร์บทความ

ท้องผูกอาการเป็นยังไง

  • ท้องผูกคือถ่ายน้อยกว่าอาทิตย์ละ 3 ครั้ง และสิ่งสำคัญกว่าจำนวนครั้งคือลักษณะที่อุจจาระแห้งแข็ง เบ่งยาก ออกแรงมากเบ่งไม่สุดสักที
  • ลักษณะอุจจาระที่บ่งบอกว่าท้องผูกตาม Bristol stool chart คือ แบบที่ 1 และ 2 นั้นคือแบบอุจจาระเป็นเม็ดแห้งๆ และแบบอุจจาระก้อนกลมๆมารวมกันเป็นแท่ง
อึ อุจจาระ รูปทรง ท้องผูก ท้องเสีย

ท้องผูกเกิดจากอะไร

  1. การเคลื่อนไหวของลำไส้ ในแต่ละคนจะมีการเคลื่อนไหวของลำไส้ไม่เท่ากัน บางคนเคลื่อนช้าก็ท้องผูกง่าย
  2. อาหารที่ทานมีกากใยน้อย ถ้าทานอาหารที่มีไฟเบอร์เยอะเช่นทานผักผลไม้เยอะ ก็จะเพิ่มมวลให้อุจจาระ ซึ่งทำให้ลำไส้ขยับดีขึ้น
  3. ดื่มน้ำน้อย เพราะน้ำช่วยทำให้อุจจาระนุ่ม ช่วยเพิ่มมวลอุจจาระ ทำให้ถ่ายง่ายขึ้น
  4. อายุเพิ่มขึ้น จะทำให้การเคลื่อนไหวของลำไส้น้อยลง ท้องผูกง่ายขึ้น
  5. กิจกรรมแต่ละวัน การออกกำลังกายบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การวิ่ง ช่วยให้ลำไส้ทำงานดีขึ้น
  6. การเจ็บป่วยบางอย่าง
    1. โรคเรื้อรัง เช่น กลุ่มลำไส้อักเสบ อาจมีถ่ายเหลว ท้องเสีย สลับท้องผูกได้
    2. โรคเฉียบพลัน เช่น ติดเชื้อทางเดินอาหาร จะมีอาการท้องเสีย ถ่ายบ่อย
  7. ทานยาบางชนิดที่ส่งผลให้ท้องผูก
    1. ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs
    2. ยาแก้แพ้ ยาแก้คันกลุ่ม Antihistamine
    3. ยาต้านซึมเศร้า (Tricyclics antidepressant)
    4. ธาตุเหล็ก
    5. ยากลุ่มฝิ่นลดปวด
    6. ยาความดัน (กลุ่มยา Calcium channel blocker และ Beta-Blocker)
  8. ตั้งครรภ์ เป็นจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง การขยายตัวของมดลูกแล้วกดทับลำไส้ รวมถึงการทานธาตุเหล็กเสริม

ท้องผูกต้องทำยังไงดี

  1. ฝึกนิสัยการขับถ่ายให้ดี นั่นคือห้ามกลั้นถ่าย ควรฝึกให้ถ่ายอุจจาระสม่ำเสมอ โดยไม่จำเป็นต้องทุกวัน (ขึ้นกับการเคลื่อนไหวของลำไส้แต่ละคน) โดยปกติมนุษย์จะถ่ายง่ายขึ้นหลังมื้ออาหารประมาณ 5-30 นาที จาก Gastrocolic reflex (อธิบายง่ายๆคืออาหารหรือน้ำตกถึงกระเพาะปุ๊บ ลำไส้ใหญ่จะบีบตัวตาม)
  2. ท่านั่งถ่ายสำคัญมาก โดยปกติถ้าส้วมซึมแบบนั่งยองๆจะถ่ายได้ดีกว่า แต่ถ้าเป็นแบบชักโครก ควรเอาเก้าอี้เตี้ยมาลองเท้าตามภาพ จะทำให้ขับถ่ายดีขึ้น
ท่านั่ง ถ่าย อึ อุจจาระ

3. เพิ่มการเคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้น เช่น เดินย่อยอาหาร การออกกำลังกายเป็นต้น

4. ทานยาระบาย โดยปกติไม่ควรใช้ต่อเนื่อง มีหลายกลุ่มเช่นกลุ่มกระตุ้นการบีบตัว- Senokot, กลุ่มดึงน้ำเข้ามาในลำไส้ (กลุ่มออสโมซิส,เกลือ)

ท้องผูกต้องกินอะไรดี

  1. ทานน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร (8 แก้ว) ซึ่งไม่ได้ดีต่อเรื่องท้องผูกอย่างเดียว ยังดีต่อผิวพรรณอีกด้วย
  2. ทานผัก ผลไม้ ธัญพืชมากขึ้นช่วยเพิ่มมวลอุจจาระ
  3. ทานอาหารเสริมบางชนิดเช่น
    1. ผงไฟเบอร์หรือเส้นใย ช่วยเพิ่มมวลอุจจาระ แต่ต้องทานน้ำให้เยอะไม่เช่นนั้นอาจเกิดลำไส้อุดตันได้
    2. โปรไบโอติก มีงานวิจัยว่าช่วยลดการท้องผูกได้ สำหรับผู้ที่สงสัยว่าโปรไบโอติกคืออะไร สามารถคลิกอ่านเพิ่มเติมได้เลยค่ะ >>> โปรไบโอติก คือ อะไร

ท้องผูกอาจนำไปสู่โรค

  1. ริดสีดวง (hemorrhoid) เกิดจากการออกแรงเบ่งมาก ทำให้เส้นเลือดดำขยายตัวโป่งพอง
  2. แผลรอยแยกขอบทวารหนัก (anal fissure) เกิดจากอุจจาระที่แห้งแข็ง ครูดเยื่อบุทวารหนัก ทำให้เวลาถ่ายจะเจ็บและอาจมีเลือดออกได้
  3. ภาวะอุจจาระอุดตัน (fecal impaction) เกิดจากท้องผูกเป็นเวลานานๆ แล้วอุจจาระแห้งแข็งอุดตันบริเวณลำไส้ ไม่สามารถผ่านได้

อาการท้องผูกแบบไหนควรไปพบแพทย์

  • อายุมากกว่า 50 ปีและเพิ่งเริ่มมีอาการท้องผูก
  • มีน้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งในลำไส้ใหญ่
  • มีอาการซีด ถ่ายอุจจาระเป็นเลือดหรือถ่ายดำ
  • ท้องผูกจนมีอาการลำไส้อุดตัน (Gut obstruction) เช่น ปวดท้องมาก คลื่นไส้อาเจียน
  • มีอาการท้องผูกสลับท้องเสีย (Bowel habit change) ในคนอายุมาก
  • ท้องผูกมากและทานยาระบายแล้วไม่ได้ผล

ท้องผูกกับโปรไบโอติก

       ในปัจจุบันมีงานวิจัยทางการแพทย์มากมายและน่าเชื่อถือว่าโปรไบโอติกสามารถช่วยแก้ไขอาการท้องผูกได้ สำหรับผู้ที่ต้องการดูงานวิจัยสามารถคลิกเข้าไปดูได้เลยค่ะ

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK293341/

       การทานโปรไบโอติกช่วยลดเวลาที่อาหารผ่านออกจากลำไส้ได้ (ลำไส้เคลื่อนไหวดีขึ้น บีบตัวเร็วขึ้น อาหารและกากใยผ่านได้เร็วขึ้น) และเพิ่มความถี่ในการขับถ่ายให้เยอะขึ้น

สรุป การทานโปรไบโอติกช่วยทำให้อาการท้องผูกดีขึ้น