โปรไบโอติก คือ อะไร? ดีต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง

โปรไบโอติกคือ? ดีต่อสุขภาพอย่างไร

       หลายคนคงสงสัยว่าโปรไบโอติกหรือโพรไบโอติกส์คืออะไร เพราะในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์หลายชนิดไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่ม อาหารเสริมชนิดน้ำ ชนิดผง รวมไปถึงกลุ่มนมเปรี้ยว โยเกิร์ตก็ระบุว่ามีตัวโปรไบโอติกส์ผสมอยู่ เรามาดูกันนะคะว่าโปรไบโอติกที่ว่ามันเป็นอย่างไรกัน

       สำหรับประเด็นการเลือกซื้อโปรไบโอติกว่าต้องดูที่ปัจจัยใดบ้าง เช่น สายพันธุ์ ปริมาณเชื้อ สามารถคลิ๊กเข้ามาอ่านได้ที่บทความนี้ค่ะ >>> โปรไบโอติกยี่ห้อไหนดี เลือกซื้อยังไง

แชร์บทความ

แชร์บทความ

โปรไบโอติก คือ อะไร?

       โปรไบโอติก คือ จุลินทรีย์ดีที่มีชีวิต (แบคทีเรียหรือยีสต์) ที่รับประทานเข้าไปแล้วดีต่อสุขภาพโดยเข้าไปช่วยเติมจุลินทรีย์ดีให้ลำไส้นั้นเอง

… รู้หรือไม่ …  ร่างกายของเราเป็นที่อยู่ของจุลินทรีย์หลายล้านล้านตัว น้ำหนักของร่างกาย 1-3% เป็นน้ำหนักของจุลินทรีย์ ถ้าเราน้ำหนัก 50 กิโลกรัมจะเป็นน้ำหนักของจุลินทรีย์ถึง 0.5-1.5 กิโลกรัม โดยมีกว่า 1000 สายพันธุ์

จุลินทรีย์อยู่ที่ไหนในร่างกายบ้าง?

       หลักๆ แล้วจุลินทรีย์จะอยู่ในลำไส้ ช่องปาก ลำคอ ระบบสืบพันธุ์และที่ผิวหนัง โดยมีปริมาณมากสุดในลำไส้

จุลินทรีย์อันตรายหรือเปล่า?

       โดยปกติแล้ว อาจแบ่งจุลินทรีย์แบบง่ายๆ ได้เป็น 2 กลุ่มด้วยกัน คือแบบดีและไม่ดีต่อร่างกาย

  1. แบบที่ดีก็คือกลุ่มจุลินทรีย์ประจำถิ่น (normal flora) ซึ่งเป็นชนิดไม่ก่อโรค แถมยังให้ประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะคอยช่วยยับยั้งการเติบโตของจุลินทรีย์ไม่ดี (วิธีง่ายๆ ก็แย่งอาหารกินทำให้จุลินทรีย์ไม่ดีไม่โต) ช่วยย่อยอาหารได้ ช่วยสร้างวิตามินบางชนิด ช่วยกระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกัน ดังนั้นถ้าจุลินทรีย์ประจำถิ่นตายหรือลดจำนวน จะทำให้เกิดความไม่สมดุล สิ่งที่ตามมาคือการติดเชื้อ ย่อยอาหารแย่ลง วิตามินสร้างน้อยลง ภูมิคุ้มกันไม่ดี ป่วยง่าย
  2. แบบที่ไม่ดีคือกลุ่มที่ก่อโรคนั้นเอง ทำให้ป่วย ทำให้ติดเชื้อ (pathogenic flora)

       โดยในภาวะปกติ ร่างกายของเราจะมีปริมาณจุลินทรีย์ดีมากว่าไม่ดีหลายเท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในภาวะสมดุล 

จุลินทรีย์ในร่างกายมาจากไหน?

  • เมื่อเราอยู่ในครรภ์มารดา ร่างกายของเราจะอยู่ในสภาพเกือบไร้จุลินทรีย์ 
  • มนุษย์จะได้รับจุลินทรีย์เมื่อเราคลอดผ่านช่องคลอด ทารกจะกลืนจุลินทรีย์ในช่องคลอดของมารดาไปอยู่ในลำไส้รวมถึงจุลินทรีย์จะเกาะติดตามผิวหนังทารก โดยหลังคลอด 2 ชั่วโมง ร่างกายจะมีจุลินทรีย์ถึง 10,000 ล้านตัว หลังจากนั้นจะได้รับจุลินทรีย์โดยการสัมผัส จากการหายใจ และการรับประทานเข้าไป

หน้าที่หลักของโปรไบโอติกคือ?

  • ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ตอนทารกระบบภูมิคุ้มกันจะยังอ่อนแอและทำงานได้ไม่ดี แต่จุลินทรีย์ดีที่ได้รับมาตั้งแต่แรกเกิดจะเป็นเหมือนครูฝึกให้กับระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีและมีประสิทธิสภาพ ไม่ทำงานไวเกินไป ไม่ช้าเกินไป พูดง่ายๆคือสมดุล โดยภูมิคุ้มกันที่ดีจะช่วยทำลายจุลินทรีย์ไม่ดีที่ร่างกายไปสัมผัสหรือรับเข้ามา ทำให้ไม่ป่วยหรือหายป่วยไว ช่วยทำลายเซลล์ที่ผิดปกติหรือลดการเกิดมะเร็ง นอกจากนี้ระบบภูมิคุ้มกันยังเกี่ยวข้องกับการแพ้และอักเสบอีกด้วย ถ้าระบบภูมิคุ้มกันไวเกินไป จะทำให้เกิดอาการแพ้ง่าย อักเสบง่าย เจออะไรทานอะไรก็แพ้ไปหมด ดังนั้นถ้าภูมิคุ้มกันดี ร่างกายก็จะไม่ป่วยและไม่แพ้ง่ายนั้นเอง
  • ช่วยย่อยอาหารบางชนิดที่กระเพาะและลำไส้ย่อยไม่ได้
  • ช่วยทำให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น บีบตัวดีขึ้น ย่อยง่าย ขับถ่ายคล่อง 
  • ช่วยสร้างวิตามิน B และ K
  • ช่วยลดภาวะซึมเศร้าวิตกกังวลผ่านการเชื่อมโยงของสมองและลำไส้ (Gut-Brain connection)

ปัจจัยทำลายโปรไบโอติกในร่างกาย

  1. อาหารที่เรารับประทาน เช่น อาหารกากใยน้อย อาหารที่มีน้ำตาลสูง อาหารแปรรูปใส่สารกันบูด ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  2. ยา เช่น กลุ่มยาแก้อักเสบ (NSAIDS) หรือยาฆ่าเชื้อ (Antibiotic) เป็นเวลานาน
  3. Lifestyle ในปัจจุบันที่เร่งรีบเครียดสูงนอนน้อย สูบบุหรี่

วิธีเพิ่มโปรไบโอติกให้ร่างกาย

  1. ปรับการทานอาหาร ลดน้ำตาลลดแป้ง เพิ่มอาหารที่มีกากใย เลี่ยงอาหารแปรรูป เลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  2. ทานยาฆ่าเชื้อหรือยาแก้อักเสบเท่าที่จำเป็น
  3. ปรับ Lifestyle เช่น ออกกำลังกายนอนเป็นเวลา งดสูบบุหรี่
  4. ทานอาหารที่มีโปรไบโอติกสูงหรือทานอาหารเสริมที่มีโปรไบโอติก

ผลข้างเคียงการทานโปรไบโอติก

       คนส่วนใหญ่มักไม่มีปัญหาในการทานโปรไบโอติก แต่ในบางคนอาจมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นได้ เช่น มีลมมาก ท้องอืด ท้องเสีย แน่นท้อง ซึ่งเชื่อว่าอาการเหล่านี้เกิดจากการแย่งพื้นที่ระหว่างแบคทีเรียดีและไม่ดี ซึ่งอาการเหล่านี้มักหายไปหลังทานโปรไบโอติกต่อเนื่อง 2-3 สัปดาห์

       ถ้ามีปัญหาดังกล่าว สามารถแก้ไขโดยลดขนาดโปรไบโอติกลดครึ่งนึงแล้วค่อยๆ เพิ่มปริมาณจนอาการหายไป

โรคที่โปรไบโอติกอาจช่วยได้

       ในปัจจุบันมีรายงานใหม่ๆ ที่พิสูจน์ว่าโปรไบโอติกสามารถช่วยบรรเทาโรคเหล่านี้ได้ เช่น

  1. โรคลำไส้รั่ว (Leaky gut) <<< คลิกอ่านเพิ่มเติม
  2. โรคลำไส้แปรปรวน <<<  คลิกอ่านเพิ่มเติม
  3. โรคกรดไหลย้อน <<< คลิกอ่านเพิ่มเติม
  4. อาการท้องผูก <<< คลิกอ่านเพิ่มเติม
  5. โรคเบาหวาน ชนิดที่ 2